หากวัดกันที่ช่วงท็อปฟอร์ม" รอนนี่ หรือ จัดด์ ทรัมป์ "ใครเหนือกว่ากัน

 หลังจาก "มัจจุราชผมทอง" สตีเฟ่น เฮนดรี้ ตำนานสอยคิวชาวสกอตวัย 51 ปี ผู้เป็นเจ้าของสถิติคว้าแชมป์โลกมากที่สุด 7 สมัย ได้ทำการไลฟ์สดพูดคุยกับ "เดอะร็อกเก็ต" รอนนี่ โอซัลลิแวน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการคิวโลก ผ่านอินสตาแกรมไปเมื่อไม่นานมานี้ จนมีแฟนสนุกเกอร์เข้ามาชมกันอย่างล้นหลาม เพราะเป็นโอกาสเพียงไม่กี่ครั้ง ที่แฟนกีฬาแม่นรู จะเห็นสองตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการคิวโลก มาพูดคุยกันเรื่องสนุกเกอร์ออกสื่อสาธารณะแบบนี้ 

    ล่าสุดตำนานสอยคิวแห่งแดนวิสกี้ ได้ทำการไลฟ์สดพูดคุยกับอีกหนึ่งนักสอยคิวชื่อดังแห่งยุค 90 ซึ่งเขาคนนี้ เคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วเมื่อปี 1997 นั่นก็คือ "จอมคิวหน้าบาก" เคน โดเฮอร์ตี้ ตำนานสนุกเกอร์จากไอร์แลนด์วัย 50 ปี โดยการคว้าแชมป์โลกในครั้งดังกล่าว เขาสามารถโค่น สตีเฟ่น เฮนดรี้ ในรอบชิงได้อีกด้วย

    จากการที่ทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกหลายแมตช์ แถมยังเป็นผู้วิเคราะห์เกมอยู่บ่อยครั้ง แม้ในปัจจุบัน เคน โดเฮอร์ตี้ จะยังคงจับไม้คิวลงแข่งขันอยู่ก็ตาม โดยรั้งอันดับ 64 ของโลก

    จึงทำให้ทั้งสองคนนี้ เห็นฟอร์มการแทงของนักสนุกเกอร์หลายๆคนผ่านตาอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะบรรดานักสอยคิวชื่อดังอันดับต้นๆของโลก ที่มักจะถูกจัดให้ดวลคิวบนโต๊ะถ่ายทอดสดเป็นประจำ ส่งผลให้ทั้งคู่ สามารถพูดถึงผลงานของนักสนุกเกอร์แต่ละคนในทัวร์ได้อย่างลึกซึ้งและแตกฉาน


    อย่างไรก็ตาม ในการสนทนาภาษาสนุกเกอร์ครั้งนี้ มีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ นั่นก็คือการถกกันว่า ใครเหนือกว่ากัน โดยให้ยึดจากผลงานในช่วงท็อปฟอร์มเป็นหลัก ระหว่าง "เดอะร็อกเก็ต" รอนนี่ โอซัลลิแวน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการ ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 6 ของโลก กับ "เพชฌฆาตปืนกล" จัดด์ ทรัมป์ มือ 1 ของโลกในเวลานี้ ที่ถือเป็นนักสอยคิวที่ฟอร์มมาแรงที่สุดแห่งยุคปัจจุบัน
    ด้าน สตีเฟ่น เฮนดรี้ ได้กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่ยากที่จะไม่น้อย ที่จะนำ 2 นักสอยคิวที่มีจุดพีคของการเล่นคนละช่วงเวลา มาเปรียบเทียบกัน โดย รอนนี่ มีจุดเด่นในเรื่องความมหัศจรรย์ของขาว ไม่ว่าลูกจะยืนอยู่ในตำแหน่งยากแค่ไหน "เดอะร็อกเก็ต" สามารถบังคับขาวมากินได้อย่างเหลือเชื่อ เสมือนกดรีโมทให้ไปในทิศทางที่ต้องการอย่างง่ายดาย

    ด้วยสกิลการบังคับขาวขั้นเทพ จนอยู่ในตำแหน่งเป๊ะเวอร์แทบทุกช็อต จึงไม่แปลก ที่นักสอยคิวชาวอังกฤษวัย 44 ปีรายนี้ จะเป็นผู้ครองสถิติการทำแม็กซิมั่มเบรกมากที่สุดในโลก 15 ครั้ง แถมยังเป็นนักสอยคิวที่ทำเซ็นจูรี่เบรกได้มากที่สุดในโลก 1,045 ครั้งอีกด้วย 

หากวัดกันที่ช่วงท็อปฟอร์ม" รอนนี่ หรือ จัดด์ ทรัมป์ "ใครเหนือกว่ากัน
    ขณะที่ จัดด์ ทรัมป์ นักสอยคิวชาวอังกฤษวัย 30 ปี ถือเป็นผู้เล่นที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มอย่างแท้จริง หลังจากฤดูกาลปัจจุบัน(2019-2020) เขาฟาดแชมป์รายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้งไปแล้ว 6 ทัวร์นาเมนต์ จนกลายเป็นนักสนุกเกอร์ที่คว้าแชมป์เวิลด์แรงค์กิ้งมากที่สุดในซีซั่นเดียว แถมยังครองบัลลังก์อันดับ 1 ของโลกอย่างเหนียวแน่น จนยากที่จะหาใครมาโค่นลงในช่วงนี้

    เฮนดรี้ ได้พูดถึงนักสอยคิวมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันอีกว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เขาคว้าแชมป์โลกเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน ทรัมป์ มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ไม่ได้มีจุดเด่นแค่ลูกแม่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการแทงป้องกันดีขึ้นอีกด้วย จนกลายเป็นนักสนุกเกอร์ที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้

    เมื่อนำช่วงพีคของทั้งคู่มาเทียบกัน นับเป็นเรื่องยากที่สุดที่จะบอกว่าใครเหนือกว่ากัน แต่หากต้องเลือกคนใดคนหนึ่งแล้ว อดีตแชมป์โลก 7 สมัย ตัดสินเลือก รอนนี่ โอซัลลิแวน โดยมองว่าซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการรายนี้ มีฟอร์มการเล่นในช่วงพีคที่เหนือกว่ามือ 1 ของโลกคนปัจจุบันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ด้าน เคน โดเฮอร์ตี้ ได้กล่าวเช่นกันว่า การนำนักสนุกเกอร์ที่มีช่วงท็อปฟอร์มคนละช่วงเวลามาเปรียบเทียบกัน เป็นเรื่องยากที่จะตอบได้

    ครั้งหนึ่งเขาเคยโดนถามว่าใครเหนือกว่ากัน ระหว่าง สตีฟ เดวิส นักสอยคิวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุค 80, สตีเฟ่น เฮนดรี้ ผู้เล่นที่ผู้กขาดกับความสำเร็จแห่งยุค 90 และ รอนนี่ โอซัลลิแวน นักสนุกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกอีก 1 คน

    สุดท้าย ตำนานสอยคิวชาวไอริช ก็เลี่ยงที่จะตอบประเด็นนี้ เพราะนำนักสนุกเกอร์ที่ดีที่สุดในแต่ละยุค มาเทียบกันไม่ได้จริงๆ

    ทว่าเมื่อให้เทียบฟอร์มที่ดีที่สุดระหว่าง รอนนี่ กับ ทรัมป์ อดีตแชมป์โลกเมื่อปี 1997 มีความเห็นคล้ายๆกับ สตีเฟ่น เฮนดรี้ นั่นก็คือมองว่า "เดอะร็อกเก็ต" เหนือกว่านั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม เคน โดเฮอร์ตี้ กลับชื่นชอบการแทงของ จัดด์ ทรัมป์ มากกว่า และมองว่านักสอยคิวถนัดซ้ายชาวอังกฤษ มีโอกาสที่จะทำผลงานได้ดีกว่านี้ หากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


ติดต่อเรา : แทงบอลสเต็ป
อ่านข่าวเพิ่มได้ที่ : sportsuptodate.net

ความคิดเห็น