กำลังใจดีๆของ "พิมศิริ ศิริแก้ว"


ห้วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลายากลำบากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งเลยทีเดียวของ "เเต้ว" พิมศิริ ศิริแก้ว
    เหตุไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อกลางดึกวันที่ 6 เม.ย.63 ทำให้บ้านที่ จ.ขอนเเก่น ของ "แต้ว" ซึ่งมีพ่อ แม่ และหลานตัวน้อยวัย 1 ขวบ 6 เดือน เสียหายทั้งหลัง

    หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังเข้าพื้นที่ แม้จะควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาต่อมา แต่เพลิงพิโรธผลาญทุกสิ่งในบ้านจนเเทบไม่เหลือชิ้นดี


    สำหรับคนในครอบครัวของ "แต้ว" ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทุกคนปลอดภัย และวิ่งหนีออกมาจากตัวตัวบ้านได้ทัน


กำลังใจดีๆของ "พิมศิริ ศิริแก้ว"
    ด้าน "แต้ว" ซึ่งใช้ชีวิตเเละทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ที่จ.เชียงใหม่ เปิดใจกับผมว่า วินาทีที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้จากทางญาติว่าบ้านที่จ.ขอนแก่น กำลังถูกไฟไหม้ในคืนวันนั้น เป็นอะไรที่ช็อกมากๆ

    หลังทราบเรื่อง สิ่งแรกที่นึกและคิดถึง คือ "คนในครอบครัว" ซึ่งตนเป็นห่วงมากๆ และก็ไม่รู้ชะตากรรมของเเต่ละคนเลย ว่าจะปลอดภัย หรือได้รับอันตรายอะไรบ้าง

    "ในช่วงเวลาที่เกิดเรื่อง มีการไล์ฟสดเหตุการณ์ที่บ้านเเต้วเองถูกไฟไหม้ จากกลุ่มทีมข่าวของจ.ขอนแก่น ในเฟซบุ๊ค"

    "เราก็เฝ้าดูเหตุการณ์จากตรงนั้น บอกเลยว่าทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ทำอะไรไม่ได้ นอกจากภาวนา ขอให้คนในบ้านเเคล้วคลาดจากอันตราย และขอเจ้าหน้าที่ดับไฟไม่ให้ลามไปติดบ้านรอบข้างๆ"

    "โล่งใจมากๆที่ในช่วงจังหวะไลฟ์สด ตัวแต้วเองเห็นคนในครอบครัว ออกมายืนอยู่นอกตัวบ้านเเล้ว คือ ทุกคนปลอดภัยแล้ว รู้สึกโล่งใจนะ มันคือความโชคดีที่สุดแล้วจริงๆ ที่ทุกคนไม่เป็นอะไรเลย"

กำลังใจดีๆของ "พิมศิริ ศิริแก้ว"
    หลังเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 2 อาทิตย์ "เเต้ว" เปิดใจกับผมอีกว่า เวลานี้ทุกคนในครอบครัว มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นมากๆ ส่วนตัวของแต้วเอง ได้เดินทางจากเชียงใหม่ มา ขอนแก่น ในวันรุ่งขึ้นหลังเกิดเรื่องทันที เพื่อมาให้กำลังใจพ่อ แม่ และหลาน

    "บ้านเสียหายทั้งหลัง สิ่งของถูกไฟไหม้ ผุพังหมด ไม่เว้นแม้แต่เหรียญรางวัล หรือถ้วยรางวัลยกน้ำหนัก ที่แต้วได้มากจากการแข่งขัน ก็ถูกไฟไหม้"

    "แม้จะมีบางชิ้นที่อาจจะเอามาล้างทำความสะอาดได้ แต่เเต้วก็บริจาคให้วัด เอาไปเก็บและทำเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านกีฬาแล้ว"

    ในร้ายยังมีดี เมื่อเจ้าตัวยืนยันว่า เหรียญเงินโอลิมปิกทั้ง 2 เหรียญ ที่ได้มาจากการแข่งขันเมื่อปี 2012 และ 2016 ตนเองนั้นเอาเก็บเอาไว้ที่เชียงใหม่ ไม่ได้เก็บเอาไว้ในบ้านที่จ.ขอนแก่น มิเช่นนั้นก็คงต้องสังเวยเหรียญโอลิมปิกให้เหตุเพลิงไหม้นี้แน่ๆ

    "แต้ว" เปิดใจอีกว่า ตนอยากขอบคุณทุกกำลังใจจากทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัว คนในครอบครัว และเพื่อนๆ โดยยังได้ความช่วยเหลือในอีกหลายๆเรื่อง ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่า ตนเองไม่ได้โดดเดียว และเดินอยู่คนเดียว

กำลังใจดีๆของ "พิมศิริ ศิริแก้ว"
    เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก ยังเผยอีกว่า นี่คือ 1 ในเหตุการณ์ที่ตนเองยกให้เป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต พร้อม ยอมรับว่าตอนเกิดเรื่อง ช็อค ร้องไห้ และอึ้งไปพักนึง

    "ยอมรับว่าวันนั้นโชคดีมากๆ ที่ช่างทำท่อ ซึ่งตั้งแคมป์ออกไซต์งานอยู่ข้างๆบ้านแต้ว เห็นควันไฟลอยออกมาจากบ้านเรา ก็เลยเดินมาเคาะประตูเรียกคนในบ้าน บอกให้คนในบ้านรีบหนีออกมาก่อน ทำให้ทุกคนรอดปลอดภัย"

    "ในความคิดแต้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตหนักที่สุดในชีวิตแต้วเเล้ว แต่พอมามองย้อนดูหลายๆด้าน เราเห็นคนที่รักเรายังอยู่ดี ปลอดภัย ยังอยู่ให้เราได้รัก ได้มีโอกาสใช้ช่วงเวลาดีๆร่วมกัน อันนี้คือความโชคดีอย่างที่สุด"

    "ถามว่าท้อแท้หรือเปล่ากับบ้านที่เรามีความทรงจำมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และก็ลงทุนปรับปรุงสร้างด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรงในการเล่นกีฬาของเรา มันหายวับไปกับตา มันก็มีคิดบ้างนะคะ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เกิดเรื่อง"

    "แต่พอมาคิดไตร่ตรองให้ละเอียด คือ แต้วเองเป็นนักกีฬา เล่นยกน้ำหนักมา 10 กว่าปี ก็เจอะเจอเเละผ่านเรื่องยากๆมาแล้วไม่น้อย เจอปัญหาที่หนักๆมาอยู่บ่อยครั้ง"

กำลังใจดีๆของ "พิมศิริ ศิริแก้ว"
    "บวกกับการที่เราเป็นเสาหลักของบ้าน และด้วยวัยของเรา หน้าที่การงานของเรา ยังทำให้แต้วเอง มองเห็นปัญหา และมองเห็นทางออกของปัญหาใหญ่นี้ ซึ่งแต้วเชื่อว่าเวลานี้ แต้วอาจจะโชคดีกว่าหลายๆคนด้วยซ้ำไป มันเลยไม่มีเหตุผลที่จะต้องมานั่งเครียด ท้อใจหรือจมปรักให้ความทุกข์ครั้งนี้ มากัดกินหัวใจและทำลายแผนที่เราวางเพื่อสร้างชีวิต”

    "โชคดีอีกอย่างที่ ผู้ใหญ่รอบๆตัวแต้ว จะสอนและบอกเสมอว่า ให้รู้จักเก็บหอมรอมริบ เงินทองที่หามาได้จากการเล่นกีฬา มันเลยทำให้ยังพอมีเงินเก็บ ที่จะเอามาสร้างบ้านหลังใหม่ให้คนในครอบครัวได้อยู่กัน"

    สำหรับแต้วเองนั้น เธอมองปัญหานี้ด้วยเหตุผล และรับรู้ความรู้สึกที่เป็นพลังบวก มาแปรเปลี่ยนเป็นพลังใจ พร้อมเชื่อว่านี้คือปัญหาที่ผ่านเข้ามาให้เธอเเละครอบครัวได้เรียนรู้ เผชิญหน้า เเละก้าวผ่านมันไป

    พิมศิริ ยังเผยอีกว่า ตนมีแผนที่จะปลูกบ้านหลังใหม่ในพื้นที่เดิม โดยคงจะได้เริ่มสร้างในปลายปีนี้ และคงต้องทำเรื่องของระบบไฟให้ปลอดภัยกว่านี้ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะใช้เงินรวมๆ 2 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย

    "เรื่องนี้สอน "แต้ว" สอนคนในครอบครัวเหมือนกันนะ มันทำให้เรารู้เลยว่า ชีวิตคนเราทุกนาที ทุกวินาที มันไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ" พิมศิริ กล่าวทิ้งท้าย


ขอบคุณข้อมูลข่าวสาร : สล็อตออนไลน์
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.nodepositcasino109.com

ความคิดเห็น