มหันตภัยเชื้อร้าย"โควิด-19"วงการกีฬาไทยได้อะไรมา-เสียอะไรไป
โควิด-19 ผ่านเข้ามา เเต่ยังไม่ผ่านไป เเละยังไม่จากไปไหน โรคอุบัติใหม่นี้ จะอยู่กับเราไปอีกนาน อย่างน้อยก็ 6 เดือน หรือ 1 ปี จนกว่าจะมีวัคซีนรักษาหาย กว่า 6 เดือน ที่เชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความวิบัติเเบบประเมินค่าไม่ได้ ทำให้ผู้คนทั่วโลกเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก
นับถึงช่วงสายๆยังไม่เกินเที่ยง 24 พ.ค.63 ยอดสะสมผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าทั่วโลก มีจำนวนทะลุ 5.4 ล้านคนไปเเล้ว มีผู้เสียชีวิตอีก 3.4 เเสนคน มี 12 ประเทศบนโลกในเวลานี้ ที่มีจำนวนคนป่วยด้วยโรคนี้สะสมเกิน 1 เเสนราย
นอกจากชีวิตที่ต้องสูญเเละสังเวยให้มหันตภัยร้ายนี้ ในด้านเศรษฐกิจ ชีวิต สังคม เเละความเป็นอยู่ของทุกคนในโลก ต้องพังลง ในชนิดที่หลายๆคนหรือหลายๆประเทศเองก็ไม่เคยประสบเเละก็คงคาดไม่ถึง
การจะยืนหยัดอยู่ได้นั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการดำเนินนโยบายเเละมาตรการป้องกัน จากทั้งภาครัฐบาล เอกชน รวมถึงประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตใหม่เเบบ "นิวนอร์มอล" ในยุคที่โลกเรายังต้องเผชิญเชื้อโควิด
สำหรับสถานการณ์ในเมืองไทย เริ่มถูกไวรัสเล่นงานหนักๆจริงๆ เเละมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งไต่ระดับไปหลักร้อย ตั้งเเต่ช่วงปลายเดือน ก.พ., มี.ค.เเละมาเริ่มลดลงในช่วงปลาย เม.ย. จนถึงเวลานี้ปลายๆพ.ค.สถานการณ์ดีขึ้น ยอดติดเชื้อในประเทศต่อวัน เราคุมได้อยู่ในระดับหลักหน่วยมาเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์เเล้ว
วิกฤติที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับประเทศ เศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม วิถีชีวิต ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน รวมทั้งกิจกรรมกีฬาในเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับวิกฤตนี้ วงการกีฬาไทยกระทบเยอะเช่นกันกับวงการกีฬาไทย ซึ่งเเม้เราจะเสียโอกาสดีๆไปมากมาย ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเเบบนี้ เเต่หากมองในเเง่ดีๆเราก็ได้เห็นอะไรอีกหลายอย่าง
1) กิจกรรมกีฬายกเลิก เลื่อนแข่งไร้กำหนด
ในอดีตภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือปัญหาทางการเมือง อาจเคยทำให้กิจกรรมต่างๆในบ้านเรา ต้องหยุดชะงักจนไม่สามารถดำเนินการจัดการเเข่งขันขึ้นตามกำหนด
เเต่สำหรับ โควิด-19 ร้ายกาจกว่านั้น เพราะพังกิจกรรมกีฬาต่างๆที่อยู่ในหน้าปฏิทินกีฬาไทย ปี 2020 ทั้งหมด เเบบทุกพื้นที่เเละทุกภาคส่วน โดยหลายกิจกรรมเเละการเเข่งขันตัดสินใจยกเลิกไปเล้วในปีนี้ ซึ่งเเน่นอนไม่ต้องมองถึงเรื่องกำไรจากผลประกอบการ
ส่วนบางกิจกรรม บางกีฬาต้องเลื่อนออกไป มหกรรมกีฬาเยาวชนเเห่งชาติ กีฬาเเห่งชาติ กีฬาสำคัญๆรายการต่างๆในประเทศถูกเลื่อนไร้กำหนดที่ชัดเจน เพราะความไม่เเน่นอนของโรคระบาด
2020 จึงเป็นอีกปีที่ต้องจดจำ เเละบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเเละทุกวงการ รวมถึงกีฬาไทยด้วย เพราะทำให้ทุกกิจกรรมต่างๆที่ถูกวางเอาไว้ ต้องยกไปเเละเลื่อนการชิงชัยชนิดไร้กำหนดการที่ชัดเจนในการ "คัมเเบ็ค"
2) เทคโนโลยีมีประโยชน์
โปรเจคฝึกกีฬาที่บ้าน ตามสโลกเเกน"อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ผ่านโปรแกรมการฝึกซ้อมของสมาคมกีฬา ทีมกีฬาต่างๆ คือสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเเละนำมาใช้จริงๆในยุคโควิด-19
โปรเเกรมเเบบฝึกพิเศษ เเอพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพ เเละเทคโนโลยีต่างๆเองก็ถูกหยิบหยกเเละดีไซน์เอาวิเคราะห์เเละใช้ให้เหมาะสมนักกีฬาระหว่างการฝึกซ้อมที่บ้านในช่วงโควิด-19 ยังระบาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปเเบบการไลฟ์สดฝึกซ้อม การพูดคุยเพื่อปรึกษาเทคนิคเเละติดตามผลการฝึกซ้อมของนักกีฬา
ที่โดดเด่น เห็นจะเป็น กีฬาจักรยาน มีการผุดโปรเจค "ปั่นในบ้านต้านโควิด" ให้นักกีฬาปั่นซ้อมอยู่ในบ้านผ่านระบบออนไลน์ เเละมีการจัดเเข่งขัน มีการเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการเเข่งขันด้วย ถือเป็นการสร้างความสนุก เเละรักษาความฟิตของนักกีฬา
นี่ถือเป็นการสะท้อนให้เห็น "เทคโนโลยี" ในโลกยุคปัจจุบันก้าวหน้าเเละถูกพัฒนาอยู่เสมอ เเน่นอนว่าถ้าใช้ให้ดีเเละถูกจุด ก็เป็นประโยชน์
3) ความฟิตตกลงไป แต่ได้สุขภาพใจที่ดีเพิ่มมา
เป็นไปไม่ได้เเน่นอนที่นักกีฬาทุกคนจะยังคงรักษาสภาพร่างกายเเละความฟิตของตัวเองให้อยู่ในระดับฟิตปั๋งอย่างสภาพปกติที่พร้อมทำการเเข่งขันได้
สภาพร่างกายเเละความฟิตที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่เสียไปสำหรับตัวนักกีฬาทุกคน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในวงการกีฬาย่อมรับรู้ ยอมรับ เเละคงต้องกลับมาไล่บี้ ปรับปรุงกันใหม่หลังรัฐบาลอนุมัติให้ชนิดกีฬานั้นๆกลับมาเริ่มซ้อม
ความฟิตดรอปตกลงไป เเต่ก็ยังมีสิ่งดีๆ เป็นความสุขภาพใจ ในช่วงนี้หลายเเคมป์กีฬาประกาศปิด นักกีฬาหลายคนมีโอกาสกลับบ้าน ได้อยู่บ้าน ใช้ชีวิตกับครอบครัว กับคนที่รัก เเละได้ใช้เวลาทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ร่วมกัน
บางรายได้ใช้ชีวิตตามฝัน ใช้ช่วงวิกฤติ เปิดธุรกิจทำกิจการ นำเงินมาลงทุน ต่อยอดทางธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองเเละคนรอบข้าง
เเน่นอนว่า เเม้ฝีมือ ความฟิต ความเเข็งเเกร่ง จะดรอปไป เเละตกลงไป เเต่การได้อยู่กับครอบครัว คนที่รัก ชาร์จพลังทางใจ เติมไฟให้เต็มก่อนกลับมามุ่งมั่นต่อ
4) เงินกองทุนฯถูกใช้อย่างคุ้มค่า
โควิด-19 สะเทือนวงการกีฬา คนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ ทีม ผู้จัดการเเข่งขัน หรือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเต็มๆ
หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่าง กระทรวงท่องเที่ยวเเละกีฬา ต้องทุบคลังควักตังค์ ใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาเเห่งชาติ ออกมาใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษเเบบฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาคนกีฬาทั้ง 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กลุ่มกีฬาอาชีพ เเละกลุ่มกีฬามวย
นั่นทำให้เม็ดเงินในระดับ 200 ล้านบาท จากกองทุนฯ จะถูกเเบ่งสรรนำมาใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในวงการกีฬา หนึ่งในกลุ่มคนที่เสียสละตัวเอง สร้างความสำเร็จ เเละความภาคภูมิใจ เเละชื่อเสียงให้ประเทศชาติ
โดยกลุ่มกีฬาเป็นเลิศ ได้รับการเบิกจ่ายช่วยเหลือในรูปเเบบเบี้ยการฝึกซ้อม ส่วนกลุ่มกีฬาอาชีพ จะได้ในรูปเเบบเงินก้อน เยียวยา 15,000 บาท เท่ากับกลุ่มอาชีพอิสระเเละกลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับเยียวยาจากภาครัฐ
5) น้ำใจคนกีฬา เมื่อมีแล้วรู้จักเเบ่งปัน
ในช่วงวิกฤติโควิด-19 กลุ่มบุคคลในวงการกีฬา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนในสังคมที่สร้างพลังบวกส่งต่อสิ่งดีดีทั้งในรูปเเบบที่เป็นนามปธรรมเเละรูปธรรม
นอกเหนือจากการออกมาให้กำลังใจ รักษาวินัย เเละเป็นเเบบอย่างที่ดีเเล้ว หลายคนยังรวมกลุ่มกันสร้างพลังบวกให้สังคม
น้ำใจชาวกีฬา มีมาให้เห็นไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบริจาคเเบบที่มีทั้งไม่ได้เปิดเผยเเละเปิดเผย รวมไปถึงผุดเเคมเปญช่วยชาวบ้าน ผู้ที่ด้อยโอกาสเเละได้รับความเดือดร้อนจริงๆ จากผลกระทบโควิด-19
6) จับตากีฬาเเบบใหม่ยุค "นิวนอร์มอล"
เป็นที่เเน่นอนเเล้วว่า เราต้องอยู่กับเชื้อโควิด-19 ไปอีกนาน อย่างน้อยก็ถึงช่วงต้นปีหน้า จนกว่าจะมีวัคซีนมารักษา
การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต คือสิ่งที่ทุกสังคมต้องเรียนรู้ ปรับใช้ เพื่ออยู่รอด ซึ่งก็รวมไปถึงวงการกีฬา ที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปเเบบการฝึกซ้อมเเละเเข่งขันใหม่ในสไตล์ชีวิตวิถีใหม่ "นิวนอร์มอล"
ในวงการกีฬาระดับโลก อย่างฟุตบอลลีกเยอรมัน เราเห็นการเเข่งขันบุนเดสลีก้า หรือ เคลีก ของเกาหลีใต้ เเข่งขันเเบบปิด ไร้ผู้ชมในสนามกันมาเเล้ว โดยออกมาตการต่างๆรับมือ เเละใช้การถ่ายทอดสดเป็นการประชาสัมพันธ์เเทนเปิดให้คนเข้าไปเเออัดยัดเยียดกันชมเกมในสนามเเข่งขัน
เเน่นอนว่าภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นในวงการกีฬาไทยยุค "นิวนอร์มอล" เเน่นอน เเละก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนกันไปตามเวลาเเละสถานการณ์ ณ ตอนนั้นกันต่อไป
7) หยุดทุกกิจกรรม แต่เป้าหมายและความสำเร็จยังเป็นสิ่งที่ต้องโฟกัส
เเม้ทุกกิจกรรมกีฬาโลก เเละในประเทศไทย มีอันต้องหยุดลงไป บางรายการยกเลิก เเละเลื่อนไปเลย เเต่สำหรับนักกีฬา พวกเขาจะล้มเลิก เเละหยุดซ้อมลงไปด้วยไม่ได้
สำหรับนักกีฬาไทยก็เช่นกัน ทั้งในข่ายเพื่อความเป็นเลิศ เเละกลุ่มกีฬาระดับอาชีพ คงต้องทิ้งความเสียดายกับโอกาสที่เสียไปในช่วงที่ผ่านมา ฟิตซ้อมตัวเอง เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาเริ่มเเข่งขันใหม่
บางกีฬา นักกีฬาบางคน ต้องมองไกลข้ามไปถึงปลายปีนี้ หรือกระทั่งปีหน้า 2021 ซึ่งจะมีกีฬารายการสำคัญๆอัดเเน่นมากมาย ทั้งโอลิมปิกเกมส์, เอเชียนอินดอร์เเละมาร์เชียลอาร์ตเกมส์, ซีเกมส์, เเมตช์ชิงเเชมป์ระดับทวีป รวมไปถึงชิงเเชมป์โลก รออยู่
เพราะฉะนั้นต่อให้หยุดเเข่ง ซ้อมเต็มที่ไม่ได้ เเต่โลกไม่หยุดหมุน เวลายังเดินหน้า การไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จะช่วยเป็นใบเบิกทางอย่างดีทำให้เเต่ละคนมีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละทำได้ดีในเป้าหมายที่ตัวเองวางเอาไว้
นับถึงช่วงสายๆยังไม่เกินเที่ยง 24 พ.ค.63 ยอดสะสมผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าทั่วโลก มีจำนวนทะลุ 5.4 ล้านคนไปเเล้ว มีผู้เสียชีวิตอีก 3.4 เเสนคน มี 12 ประเทศบนโลกในเวลานี้ ที่มีจำนวนคนป่วยด้วยโรคนี้สะสมเกิน 1 เเสนราย
นอกจากชีวิตที่ต้องสูญเเละสังเวยให้มหันตภัยร้ายนี้ ในด้านเศรษฐกิจ ชีวิต สังคม เเละความเป็นอยู่ของทุกคนในโลก ต้องพังลง ในชนิดที่หลายๆคนหรือหลายๆประเทศเองก็ไม่เคยประสบเเละก็คงคาดไม่ถึง
การจะยืนหยัดอยู่ได้นั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการดำเนินนโยบายเเละมาตรการป้องกัน จากทั้งภาครัฐบาล เอกชน รวมถึงประชาชน เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตใหม่เเบบ "นิวนอร์มอล" ในยุคที่โลกเรายังต้องเผชิญเชื้อโควิด
สำหรับสถานการณ์ในเมืองไทย เริ่มถูกไวรัสเล่นงานหนักๆจริงๆ เเละมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งไต่ระดับไปหลักร้อย ตั้งเเต่ช่วงปลายเดือน ก.พ., มี.ค.เเละมาเริ่มลดลงในช่วงปลาย เม.ย. จนถึงเวลานี้ปลายๆพ.ค.สถานการณ์ดีขึ้น ยอดติดเชื้อในประเทศต่อวัน เราคุมได้อยู่ในระดับหลักหน่วยมาเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์เเล้ว
วิกฤติที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับประเทศ เศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม วิถีชีวิต ความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน รวมทั้งกิจกรรมกีฬาในเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับวิกฤตนี้ วงการกีฬาไทยกระทบเยอะเช่นกันกับวงการกีฬาไทย ซึ่งเเม้เราจะเสียโอกาสดีๆไปมากมาย ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเเบบนี้ เเต่หากมองในเเง่ดีๆเราก็ได้เห็นอะไรอีกหลายอย่าง
1) กิจกรรมกีฬายกเลิก เลื่อนแข่งไร้กำหนด
ในอดีตภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือปัญหาทางการเมือง อาจเคยทำให้กิจกรรมต่างๆในบ้านเรา ต้องหยุดชะงักจนไม่สามารถดำเนินการจัดการเเข่งขันขึ้นตามกำหนด
เเต่สำหรับ โควิด-19 ร้ายกาจกว่านั้น เพราะพังกิจกรรมกีฬาต่างๆที่อยู่ในหน้าปฏิทินกีฬาไทย ปี 2020 ทั้งหมด เเบบทุกพื้นที่เเละทุกภาคส่วน โดยหลายกิจกรรมเเละการเเข่งขันตัดสินใจยกเลิกไปเล้วในปีนี้ ซึ่งเเน่นอนไม่ต้องมองถึงเรื่องกำไรจากผลประกอบการ
ส่วนบางกิจกรรม บางกีฬาต้องเลื่อนออกไป มหกรรมกีฬาเยาวชนเเห่งชาติ กีฬาเเห่งชาติ กีฬาสำคัญๆรายการต่างๆในประเทศถูกเลื่อนไร้กำหนดที่ชัดเจน เพราะความไม่เเน่นอนของโรคระบาด
2020 จึงเป็นอีกปีที่ต้องจดจำ เเละบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกเเละทุกวงการ รวมถึงกีฬาไทยด้วย เพราะทำให้ทุกกิจกรรมต่างๆที่ถูกวางเอาไว้ ต้องยกไปเเละเลื่อนการชิงชัยชนิดไร้กำหนดการที่ชัดเจนในการ "คัมเเบ็ค"
2) เทคโนโลยีมีประโยชน์
โปรเจคฝึกกีฬาที่บ้าน ตามสโลกเเกน"อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ผ่านโปรแกรมการฝึกซ้อมของสมาคมกีฬา ทีมกีฬาต่างๆ คือสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเเละนำมาใช้จริงๆในยุคโควิด-19
โปรเเกรมเเบบฝึกพิเศษ เเอพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพ เเละเทคโนโลยีต่างๆเองก็ถูกหยิบหยกเเละดีไซน์เอาวิเคราะห์เเละใช้ให้เหมาะสมนักกีฬาระหว่างการฝึกซ้อมที่บ้านในช่วงโควิด-19 ยังระบาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปเเบบการไลฟ์สดฝึกซ้อม การพูดคุยเพื่อปรึกษาเทคนิคเเละติดตามผลการฝึกซ้อมของนักกีฬา
ที่โดดเด่น เห็นจะเป็น กีฬาจักรยาน มีการผุดโปรเจค "ปั่นในบ้านต้านโควิด" ให้นักกีฬาปั่นซ้อมอยู่ในบ้านผ่านระบบออนไลน์ เเละมีการจัดเเข่งขัน มีการเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการเเข่งขันด้วย ถือเป็นการสร้างความสนุก เเละรักษาความฟิตของนักกีฬา
นี่ถือเป็นการสะท้อนให้เห็น "เทคโนโลยี" ในโลกยุคปัจจุบันก้าวหน้าเเละถูกพัฒนาอยู่เสมอ เเน่นอนว่าถ้าใช้ให้ดีเเละถูกจุด ก็เป็นประโยชน์
3) ความฟิตตกลงไป แต่ได้สุขภาพใจที่ดีเพิ่มมา
เป็นไปไม่ได้เเน่นอนที่นักกีฬาทุกคนจะยังคงรักษาสภาพร่างกายเเละความฟิตของตัวเองให้อยู่ในระดับฟิตปั๋งอย่างสภาพปกติที่พร้อมทำการเเข่งขันได้
สภาพร่างกายเเละความฟิตที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่เสียไปสำหรับตัวนักกีฬาทุกคน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในวงการกีฬาย่อมรับรู้ ยอมรับ เเละคงต้องกลับมาไล่บี้ ปรับปรุงกันใหม่หลังรัฐบาลอนุมัติให้ชนิดกีฬานั้นๆกลับมาเริ่มซ้อม
ความฟิตดรอปตกลงไป เเต่ก็ยังมีสิ่งดีๆ เป็นความสุขภาพใจ ในช่วงนี้หลายเเคมป์กีฬาประกาศปิด นักกีฬาหลายคนมีโอกาสกลับบ้าน ได้อยู่บ้าน ใช้ชีวิตกับครอบครัว กับคนที่รัก เเละได้ใช้เวลาทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ร่วมกัน
บางรายได้ใช้ชีวิตตามฝัน ใช้ช่วงวิกฤติ เปิดธุรกิจทำกิจการ นำเงินมาลงทุน ต่อยอดทางธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองเเละคนรอบข้าง
เเน่นอนว่า เเม้ฝีมือ ความฟิต ความเเข็งเเกร่ง จะดรอปไป เเละตกลงไป เเต่การได้อยู่กับครอบครัว คนที่รัก ชาร์จพลังทางใจ เติมไฟให้เต็มก่อนกลับมามุ่งมั่นต่อ
4) เงินกองทุนฯถูกใช้อย่างคุ้มค่า
โควิด-19 สะเทือนวงการกีฬา คนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น นักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่ ทีม ผู้จัดการเเข่งขัน หรือผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเต็มๆ
หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่าง กระทรวงท่องเที่ยวเเละกีฬา ต้องทุบคลังควักตังค์ ใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาเเห่งชาติ ออกมาใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษเเบบฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาคนกีฬาทั้ง 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กลุ่มกีฬาอาชีพ เเละกลุ่มกีฬามวย
นั่นทำให้เม็ดเงินในระดับ 200 ล้านบาท จากกองทุนฯ จะถูกเเบ่งสรรนำมาใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในวงการกีฬา หนึ่งในกลุ่มคนที่เสียสละตัวเอง สร้างความสำเร็จ เเละความภาคภูมิใจ เเละชื่อเสียงให้ประเทศชาติ
โดยกลุ่มกีฬาเป็นเลิศ ได้รับการเบิกจ่ายช่วยเหลือในรูปเเบบเบี้ยการฝึกซ้อม ส่วนกลุ่มกีฬาอาชีพ จะได้ในรูปเเบบเงินก้อน เยียวยา 15,000 บาท เท่ากับกลุ่มอาชีพอิสระเเละกลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับเยียวยาจากภาครัฐ
5) น้ำใจคนกีฬา เมื่อมีแล้วรู้จักเเบ่งปัน
ในช่วงวิกฤติโควิด-19 กลุ่มบุคคลในวงการกีฬา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนในสังคมที่สร้างพลังบวกส่งต่อสิ่งดีดีทั้งในรูปเเบบที่เป็นนามปธรรมเเละรูปธรรม
นอกเหนือจากการออกมาให้กำลังใจ รักษาวินัย เเละเป็นเเบบอย่างที่ดีเเล้ว หลายคนยังรวมกลุ่มกันสร้างพลังบวกให้สังคม
น้ำใจชาวกีฬา มีมาให้เห็นไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบริจาคเเบบที่มีทั้งไม่ได้เปิดเผยเเละเปิดเผย รวมไปถึงผุดเเคมเปญช่วยชาวบ้าน ผู้ที่ด้อยโอกาสเเละได้รับความเดือดร้อนจริงๆ จากผลกระทบโควิด-19
6) จับตากีฬาเเบบใหม่ยุค "นิวนอร์มอล"
เป็นที่เเน่นอนเเล้วว่า เราต้องอยู่กับเชื้อโควิด-19 ไปอีกนาน อย่างน้อยก็ถึงช่วงต้นปีหน้า จนกว่าจะมีวัคซีนมารักษา
การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต คือสิ่งที่ทุกสังคมต้องเรียนรู้ ปรับใช้ เพื่ออยู่รอด ซึ่งก็รวมไปถึงวงการกีฬา ที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปเเบบการฝึกซ้อมเเละเเข่งขันใหม่ในสไตล์ชีวิตวิถีใหม่ "นิวนอร์มอล"
ในวงการกีฬาระดับโลก อย่างฟุตบอลลีกเยอรมัน เราเห็นการเเข่งขันบุนเดสลีก้า หรือ เคลีก ของเกาหลีใต้ เเข่งขันเเบบปิด ไร้ผู้ชมในสนามกันมาเเล้ว โดยออกมาตการต่างๆรับมือ เเละใช้การถ่ายทอดสดเป็นการประชาสัมพันธ์เเทนเปิดให้คนเข้าไปเเออัดยัดเยียดกันชมเกมในสนามเเข่งขัน
เเน่นอนว่าภาพเหล่านี้จะเกิดขึ้นในวงการกีฬาไทยยุค "นิวนอร์มอล" เเน่นอน เเละก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนกันไปตามเวลาเเละสถานการณ์ ณ ตอนนั้นกันต่อไป
7) หยุดทุกกิจกรรม แต่เป้าหมายและความสำเร็จยังเป็นสิ่งที่ต้องโฟกัส
เเม้ทุกกิจกรรมกีฬาโลก เเละในประเทศไทย มีอันต้องหยุดลงไป บางรายการยกเลิก เเละเลื่อนไปเลย เเต่สำหรับนักกีฬา พวกเขาจะล้มเลิก เเละหยุดซ้อมลงไปด้วยไม่ได้
สำหรับนักกีฬาไทยก็เช่นกัน ทั้งในข่ายเพื่อความเป็นเลิศ เเละกลุ่มกีฬาระดับอาชีพ คงต้องทิ้งความเสียดายกับโอกาสที่เสียไปในช่วงที่ผ่านมา ฟิตซ้อมตัวเอง เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาเริ่มเเข่งขันใหม่
บางกีฬา นักกีฬาบางคน ต้องมองไกลข้ามไปถึงปลายปีนี้ หรือกระทั่งปีหน้า 2021 ซึ่งจะมีกีฬารายการสำคัญๆอัดเเน่นมากมาย ทั้งโอลิมปิกเกมส์, เอเชียนอินดอร์เเละมาร์เชียลอาร์ตเกมส์, ซีเกมส์, เเมตช์ชิงเเชมป์ระดับทวีป รวมไปถึงชิงเเชมป์โลก รออยู่
เพราะฉะนั้นต่อให้หยุดเเข่ง ซ้อมเต็มที่ไม่ได้ เเต่โลกไม่หยุดหมุน เวลายังเดินหน้า การไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จะช่วยเป็นใบเบิกทางอย่างดีทำให้เเต่ละคนมีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละทำได้ดีในเป้าหมายที่ตัวเองวางเอาไว้
Thankyou : แทงบอลสเต็ป
Follow me : www.norskdragracing.org
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น